ยาควบคุมพิเศษ แตกต่างจากยาอื่นๆ อย่างไร คนทั่วไปซื้อได้หรือไม่ มาฟังคำตอบ

ยาควบคุมพิเศษ

ห๊ะ ยาหมดอีกแล้วเดี่ยวลงแดงแน่ๆๆๆ หลายๆ คนอาจจะเคยเจอประสบการณ์การได้ยาบางตัวที่ได้มาจากโรงพยาบาล แล้วพอยาที่ได้มาหมด อยากหาซื้อตามร้านขายยา ปรากฎว่าหายานั้นไม่ได้ หรือ หาร้านขายยาได้แต่เภสัชกรหน้าร้านก็ไม่มียานี้จะให้อยู่ดีและแจ้งเรากลับมาอีกว่าต้องไปรับที่โรงพยาบาลเท่านั้น (เหมือนไล่เราซะงั้น) ต้องสั่งจ่ายยาจากแพทย์ เพราะเป็น ยาควบคุมพิเศษ

สารบัญ ( ยาวไปเลือกอ่านได้ )

1. ยาควบคุมพิเศษนั้น แตกต่างจากยาอื่นๆอย่างไร

2. รู้ได้อย่างไรว่าเป็นยากลุ่มนี้

3. ยาควบคุมพิเศษตัวไหนเรานิยมใช้กันมาก

4. สรุปยาควบคุมพิเศษ

ทำการลงทะเบียนเพื่อที่เราจะต้องทำการตรวจสอบเลขที่ใบประกอบโรคศิลปะ และ ใบอนุญาตขายยา ว่าเป็นการซื้อยาของผู้รับอนุญาต ที่มีร้านขายยาถูกต้องตามกฏหมาย

ยาควบคุมพิเศษนั้น แตกต่างจากยาอื่นๆอย่างไร

แล้วเจ้ายาที่ว่านี้เนี้ย มันแตกต่างจากยาตัวอื่นๆอย่างไรจริงๆแล้วยาควบคุมพิเศษนั้น มันคือยาแผนปัจจุบัน หรือ ยาแผนโบราณนั้นแหละ เพียงแต่ว่าเจ้ายา 2 กลุ่มนี้เนี้ย จะถูกกฎหมายเข้ามากำหนดว่าให้มีตัวไหนบ้างในนี้ ที่จะถูกกำหนดเป็น ยาควบคุมพิเศษ ที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์แผนปัจจุบันเท่านั้น

โดยสามารถนำใบสั่งยาแพทย์หรือสำเนาใบสั่งยาแพทย์ มาสั่งซื้อได้ตามร้านขายยา แต่ๆๆๆ เภสัชจะ หยิบเอง-จ่ายเอง เลยไม่ได้นะถ้าเอาตามกฎหมาย ถ้าหยิบจ่ายไปเองเลยโดนเล่นได้เลย หากมี อ.ย.เข้ามาสุ่มตรวจซื้อยาควบคุมพิเศษเหล่านี้

ทำไมต้องให้แพทย์แผนปัจจุบันเป็นคนสั่งจ่าย

เนื่องจากยาเหล่านี้ เคยสร้างปัญหาให้กับสังคมหรือคนป่วยเป็นอย่างมาก ตอนที่ยังไม่ได้ประกาศเป็นยาควบคุมพิเศษ พอเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นบ่อยๆ มีการใช้ยาผิดๆหรือ เกิดอันตรายที่ร้ายแรงกับการใช้ยา หรือ ยาที่เพิ่งถูกเริ่มนำมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยก็อาจจะถูกจัดเข้าไปอยู่ในยากลุ่มนี้ได้เช่นกัน

กฎหมายเหล่านี้จึงออกมาให้เราคอยเฝ้าดูยากลุ่มแหละนี้เป็นพิเศษ จึงต้องอาศัยผู้ที่มีความรู้ในเรื่องยาและโรค มาช่วยกันดูแล นั้นก็คือ : แพทย์แผนปัจจุบันและเภสัชกรภายในโรงพยาบาลนี้เอง ที่มีอำนาจในการจ่ายยาเหล่านี้

เพราะเราเชื่อว่าแพทย์รวมถึงมีบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆ เช่น แพทย์ เภสัชกร พยาบาล จะช่วยดูแลและป้องกันปัญหาที่เกิดจากยากลุ่มนี้ได้ดี และปลอดภัยกว่าการที่จะปล่อยให้ยาแหละนี้ถูกซื้อ – ขาย ง่ายๆตามท้องตลาดเหมือนยากลุ่มอื่นๆ

โดยยากลุ่มนี้ร้านขายยาที่จะขายได้ต้องเป็นร้านขายยาที่มีเภสัชกรประจำ โดยร้านต้องเป็นร้านประเภทที่มีใบ ขย.1 (มีป้ายแขวนว่าเป็นสถานที่ขายยาแผนปัจจุบันสีน้ำเงิน และ เภสัชกรจะสั่งจ่ายยาเหล่านี้ได้ต่อเมื่อคนไข้มีใบสั่งแพทย์มาซื้อเท่านั้น มิฉะนั้นถือว่าผิดกฎหมาย

โดยยาเหล่านี้เนี้ยบางชนิดอาจถูกจำกัดให้ใช้เฉพาะโรงพยาบาล โดยยาที่จะถูกจำกัดให้ใช้เฉพาะในโรงพยาบาล มักจะเป็นยากลุ่มใหม่ๆที่เพิ่งเริ่มออกมาใช้กับคนไข้ ซึ่งยังอยู่ในระหว่างเฝ้าติดตาม โดยเราเรียกการติดตามยากลุ่มนี้ว่า “ Safety Monitoring Program หรือ SMP” โดยยากลุ่มนี้จะมีสัญลักษณ์

ปรากฎอยู่ที่กล่องของยาบริเวณด้านข้างของกล่องนั้นเอง

แต่ยาควบคุมพิเศษที่ไม่มีสัญลักษณ์นี้ปรากฎ มักจะเป็นยาที่ถูกใช้มาซักระยะแล้ว และ สามารถให้นำมาจำหน่ายในร้านขายยาได้ แต่ทุกครั้งที่มีการจ่ายยาจะต้องมีใบสั่งแพทย์มาซื้อเสมอ

กลับสู่สารบัญ

รู้ได้อย่างไรว่าเป็นยากลุ่มนี้

ยากลุ่มนี้สังเกตไม่ยาก เพราะยาเหล่านี้จะมีตัวอักษรสีแดงที่พิมพ์ติดอยู่ที่ด้านข้างของกล่องยา คล้ายๆกับยาอันตรายนี้เอง โดยการที่เรานำยาเหล่านี้เข้ามาจำหน่าย และ จ่ายยาออกจากร้านขายยา จะต้องมีการจัดทำบัญชียา ที่เรียกว่า “บัญชี ข.ย.10” ซึ่งเป็นบัญชีทีมีการจ่ายยาควบคุมพิเศษนั้นเอง เพื่อรายงานรายการยาเหล่านี้ ว่ามีการนำเข้ามาเท่าไหร่และถูกจ่ายออกไปเท่าไหร่อีกด้วย

ยาควบคุมพิเศษตามกฎหมายมียากลุ่มไหนบ้าง

  1. อะเซตานิลิด ( Acetanilid ) ยกเว้นที่มุ่งหมายในการทำให้คงตัว ( Stabilizers )ซึ่งมีปริมาณไม่เกินร้อยละ 0.025
  2. เอ็น- เมทิลอะเซตานิลิด ( N – Methylacetanilid )
  3. เมตา – เมทิลอะเซตานิลิด ( Meta – Methylacetanilid )
  4. ออร์โท – เมทิลอะเซตานิลิด ( Ortho – Methylacetanilid )
  5. พารา – เมทิลอะเซตานิลิด ( Para – Methylacetanilid )
  6. อะมิโนพัยริน ( Aminopyrin ) ซึ่งมุ่งหมายที่จะใช้ส าหรับเด็กที่มีอายุต ่ากว่า 6 ปี
  7. ยาจำพวกรักษาโรคมะเร็ง ( Anti – neoplastics )
  8. อะปิออล ( Apiol )
  9. ยาจำพวกสารประกอบของสารหนู (Arsenical compounds )
  10. ยาจำพวกบาร์บิตูเรส์ (Barbiturates )ยกเว้นที่ประกาศเป็ นวัตถุออกฤทธิ์ตอ่ จิตและประสาท
  11. โบรมิโซวาลุม ( Bromisovalum )
  12. คาร์โบรมาล ( Carbromal )
  13. อะเซติลคาร์โบรมาล ( Acetylcarbromal )
  14. เอคทิลยูเรีย ( Ectylurea )
  15. แคนทาริดิส ( Cantharides )
  16. แคนทาริดิน ( Cantharidin )
  17. ยาจำพวกคลอรัล (Chlorals ) ยกเว้น ก. สำหรับใช้เฉพาะที่ ข. คลอโรลบิวตานอล ( Chlorobutanol ) ที่ประกาศเป็ นยาอันตราย
  18. ซินโคเฟน ( Cinchophen )
  19. นีโอซินโคเฟน ( Neocinchophen )
  20. เมล็ดสลอด ( Croton seed )
  21. น้ำมันสลอด ( Croton oil )
  22. กรดฮัยโดรไซยานิค ( Hydrocyanic acid ) และเกลือของกรดไฮโดรไซยานิค ( Salts ofHydrocyanic acid )
  23. น้ำมันแอลมอนด์ชนิดขม ( Bitter Almond oil )
  24. น้ำมันอะปริคอทชนิดขม (Bitter Apricot oil )
  25. โปแตสเซียมไทโอไซยาเนท (Potassium Thiocyanate ) ยกเว้นที่มุ่งหมายในการทาให้คงตัว( Stabilizers ) ในปริมาณไม่เกินร้อยละ 0.025
  26. โซเดียมไทโอไซยาเนท ( Sodium Thiocyanate ) ยกเว้นที่มุ่งหมายในการท าให้คงตัว(Stabilizers ) ในปริมาณไม่เกินร้อยละ 0.025
  27. น้ำมันซาวิน (Oil of Savin )
  28. ยาจำพวกทาให้ประสาทหรือจิตหลอน ( Psychotomimetic drugs ) ยกเว้นที่ประกาศเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท
  29. ยาจำพวกกัมมันตรังสี (Radio Pharmaceuticals )
  30. ซัลฟานิลาไมด์ ( Sulfanilamide ) เฉพาะที่ใช้ส าหรับรับประทาน
  31. ซัลโฟนมีเทน ( Sulfonmethane )
  32. ซัลโฟนเอทิลมีเทน ( Sulfonethylmethane )
  33. ยาจำพวกทาให้ชาทั่วกาย หรือสลบ ( General Anesthetics )
  34. ยาจำพวกคอร์ติโคสเตอรอยด์ ( Corticosteroids ) ที่ได้จากธรรมชาติหรือได้จากการ
    สังเคราะห์ ยกเว้นที่ประกาศเป็นยาอันตราย
  35. เฟนิลบิวตาโซน ( Phenylbutazone )เกลือของเฟนิลบิวตาโซน( Salts of Phenylbutazone )
    ยกเว้นที่ใช้เฉพาะกับผิวหนัง
  36. อ๊อกซี่เฟนบิวตาโซน ( Oxyphenbutazone ) ยกเว้นที่ใช้เฉพาะกับผิวหนัง
  37. คลอไฟเบรท (Clofibrate )
  38. เฟนฟลูรามีน( Fenfluramine ) และเด็กซ์เฟนฟลูรามีน (Dexfenfluramine ) รวมทั้งยาที่ชื่ออื่นซึ่งมีสูตรทางเคมีอย่างเดียวกันกับยาดังกล่าว เกลือและเอสเทอร์ใด ๆ ของยาดังกล่าวและยาปรุงสำเร็จที่มีตัวยาดังกล่าวผสมอยู่ด้วย
  39. คลอแรมเฟนิคอล ( Chloramphenicol ) เกลือของคลอแรมเฟนิคอล (Salts ofChloramphenicol ) ซึ่งมุ่งหมายที่จะใช้สำหรับเด็ก
  40. ยาจำพวก อะนาโบลิก สเตอรอยด์ ( Anabolic steroid ) ในสูตรตำรับยาเดี่ยว
  41. ยาที่มีส่วนผสมของอะนาบอลิก สเตอรอยด์ ( Anabolic steroid ) กับไวตามิน ( Vitamins ) หรือ Anabolic steroid กับ ไซโปรเฮปทาดีน ( Cyproheptadine ) หรือ Anabolic steroid กับ Vitamins และ Cyproheptadine
  42. ยาผสมที่ใช้ส าหรับรักษาโรคหอบหืดที่มีตัวยา สเตอรอยด์ ( Steroid ) ผสมอยู่ ชนิดฉีดพ่น6
  43. ยาที่มีนิโคติน ( Nicotine ) หรือสารประกอบของนิโคตินซึ่งมุ่งหมายที่จะใช้สำหรับ
    ช่วยการ อดบุหรี่ [ ยากลุ่มนี้เปลี่ยนสถานะเป็นยาอันตราย] 7
  44. ยากลุ่มเรตินอยด์ ( Retinoid ) ยกเว้นที่ประกาศเป็นยาอันตราย
  45. ยากลาฟีนีน ( Glafenine ) และฟลอคตาฟีนิน ( Floctafenine)
  46. ยาอีริโทรพอยอิติน ( Erythropoietin ) ทุกรูปแบบ
  47. ยาแกนไซโคลเวีย ( Ganciclovir )
  48. ยาต้านไวรัสรักษาโรคเอดส์ ( Anti – HIV AIDS )
  49. ยาเอทตามิแวน ( Ethamivan ) ที่เป็นตำรับยาเดี่ยวในรูปแบบยาฉีด (Injection ) ยาน้ำสำหรับรับประทาน ( Oral Solution ) และตำรับยาผสมที่มีสูตรยาประกอบด้วย ยาเอทตามิแวน(Ethamivan ) อีโทฟิลลีน ( Etofylline ) และ เฮกโซเบนดีน ไดไฮโดรคลอไรด์ ( Hexobendinedihydrochloride )
  50. ยาไดไพโรน ( Dipyrone )
  51. ยาคลอซาปีน ( Clozapine )
  52. ยาที่มีผลในการเพิ่มหรือกดภูมิคุ้มกัน ( Immunomodulators )
  53. ยาจำพวกที่ใช้ในการวินิจฉัยโรค ( Diagnostic agents ) ที่ใช้โดยตรงต่อร่างกายมนุษย์หรือสัตว์
  54. ยากลุ่มที่ใช้รักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile dysfunction) ซึ่ง ออกฤทธิ์โดยการยับยั้งเอนไซม์ฟอสโฟไดเอสเตอเรส 5 (Phosphodiesterase-5 Inhibitors)
  55. ยาซิซาไพรด์ ( Cisapride )
  56. ยาไมโสพรอสตอล ( Misoprostol )
  57. ยากลุ่มสกัดกั้นประสาทกล้ามเนื้อ ( Neuromuscular Blocking Agents )
  58. ยาแผนปัจจุบันที่ใช้สำหรับมนุษย์ ( ยาใหม่ ) แบบมีเงื่อนไข
  59. ยาที่มีส่วนผสมของ ลอราทาดีน ( Loratadine ) ในลักษณะ immediate release กับ สูโดเอฟิดรีน (Pseudoephedrine ) หรือ เกลือของสูโดเอฟิดรีน ( Salt of Pseudoephedrine ) ในลักษณะSustained release
  60. ยาลามิวูดีน ( Lamivudine ) ที่ใช้รักษาโรคตับอักเสบเรื้อรัง ชนิดบี
  61. ยาคลอแรมเฟนิคอล ( Chloramphenicol ) ที่เป็นทะเบียนตำรับยาสำหรับสัตว์
  62. ยาไดโนพรอสโตน ( Dinoprostone )
  63. ยาซัลพรอสโตน ( Sulprostone )
  64. ยาคลอแรมเฟนิคอล ( Chloramphenicol )ที่ใช้ภายในสำหรับผู้ใหญ่
  65. ยารักษาโรคจิตเภท (Antipsychotic drugs)
  66. ยาเลฟลูโนไมด์ (Leflunomide)
  67. ยาโอเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir)
  68. ยาธาลิโดไมด์ (Thalidomide)
  69. ยาแอสไพริน (Aspirin) ยกเว้นที่ใช้สำหรับแก้ปวด ลดไข้
  70. ยารักษาโรคอัลไซเมอร์
  71. ยาอะซิโพรมาซิน (Acepromaziners)
  72. ม็อกซิเด็กทิน (Moxidectin)
  73. ยากลุ่มรักษาความดันโลหิตสูงในหลอดเลือดแดงปอด
  74. ยากลุ่มขับเหล็กที่มีข้อบ่งใช้ในการรักษาภาวะธาตุเหล็กเกิน
  75. ยาลีนาลิโดไมด์ (Lenalidomide)
  76. ยาสูตรผสมที่มีซูโดอีเฟดรีน (Pseudoephedrine)
  77. ยาซานามิเวียร์ (Zanamivir)
  78. ยาที่มีไพโอกลิทาโซน (Pioglitazone)
  79. ยาไนมิซุไลด์ (Nimesulide)
กลับสู่สารบัญ

ยาควบคุมพิเศษตัวไหนเรานิยมใช้กันมาก

ส่วนใหญ่แล้วยาต่างๆเหล่านี้มักจะถูกจ่ายในโรงพยาบาล แต่บางรายการก็มักจะถูกจ่ายตามคลินิกเสริมความงาม และ ร้านขายยา เพราะเป็นยายอดนิยม และ เป็นยาที่แพทย์สั่งจ่ายให้คนไข้ที่มีโรคเรื่อรังเป็นส่วนใหญ่ เช่น ยารักษาสิวกลุ่ม เรตินอยด์ ( Retinoid ) ชนิดรับประทาน เช่น ยา Acnotin, ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Antiplatelet Aggregation) เช่น Aspirin 81 mg , ยาเสริมสมรรถภาพทางเพศ

สำหรับโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Phosphodiesterese 5 inhibitor) PDE-5 ที่ช่วยขยายหลอดเลือด ไปหล่อเลี้ยงอวัยวะเพศเช่น ยา Sildenafil ชื่อการค้าคือ Sidegra(ตัวยาเดียวกับ Viagra)

ยากลุ่มต่างๆเหล่านี้สามารถถูกยกเลิกจากการถูกควบคุมได้มั้ย

แบบที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้นว่าการจะประกาศให้ยากลุ่มนี้เป็นหรือไม่เป็นยาควบคุมพิเศษนั้น ขึ้นอยู่กับกฎหมายได้ระบุเอาไว้ ดังนั้นหากเราพบว่ายาเหล่านี้สามารถใช้ได้ปลอดภัยมากขึ้น หรือ มีความจำเป็นที่จะต้องถูกใช้นอกโรงพยาบาลมากขึ้น

ยาเหล่านี้ก็สามารถที่จะถูกประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้ถูกยกเลิกจากยาควบคุมพิเศษ และ เปลี่ยนเป็นยาประเภทอื่นๆได้เช่นกัน แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะถูกเปลี่ยนจากการเป็น กลุ่มของยาอันตรายในเบื้องต้นก่อน

กลับสู่สารบัญ

สรุปยาควบคุมพิเศษ

การที่จะกำหนดว่ายาตัวใดตัวหนึ่งเป็น “ยาควบคุมพิเศษ”นั้น จุดหลัก คือ ยาเหล่านี้จะต้องถูกประกาศลงไปในพระราชบัญญัติยา ว่ายาเหล่านี้ถูกจัดว่าเป็นยาควบคุม แต่ยาเหล่านี้จะถูกนำมาพิจารณาเมื่อบุคลากรทางการแพทย์มีความเห็นร่วมกันว่า ยาเหล่านี้มีเหตุการณ์ ที่มีผลกระทบต่อสังคมและการใช้ยาที่อาจเป็นอันตรายกับผู้ป่วย หรือ มีการนำไปใช้ในทางที่ผิดเป็นจำนวนมากนั้นเอง

ข้อมูลอ้างอิง สำนักกรรมการอาหารและยา